Pilates

สวัสดีนะคะ วันนี้มีเรื่องราวดีๆอยากจะมาเล่าให้ฟัง   อาทิตย์ทีผ่านมาได้มีโอกาสรู้จักการออกกำลังกาแบบพิลาทิส (Pilates) ซึ่งทางรพ.ใจดีมากๆๆๆๆ  จัดคลาสสอนให้กับพนง.ฟรี!!!! เป็นครั้งแรกในชีวิตนะคะที่ได้ยินคำนี้  และก็เข้าไปเรียนโดยไม่ได้ถามอากูเกิ้ลมาก่อนด้วยว่า  มันคืออะไร??  พอเข้าไปในคลาสนะคะ ความรู้สึกแรกคือ  นี่ครูสอนพิลาทิสหรือโอปป้าในซีรี่เกาหลีเนี่ย (โอปป้า แปลว่า พี่ชาย นางเอกชอบเรียกพระเอกแบบนี้บ่อยๆค่ะ) หิมะเริ่มโปรยปราย(หิมะ?? มาจากไหนเหรอ?? ) พร้อมๆกับครูโอปป้าพูดขึ้นมาว่า  “ยินดีต้อนรับเข้าสู่พิราทิสคลาสครับ” เฮ้ยๆ ตื่นๆ  *____*  นึกภาพออกใช่ไหมคะ??    เอาล่ะ มาเข้าเรื่องกันค่ะ จริงๆแล้ว พิลาทิส คือ การออกกำลังกายที่ เป็นการผสมผสาน

ระหว่าง 2 สิ่ง คือ “การออกกำลังกับการหายใจ” การออกกำลังกายที่เน้นการบริหารช่วงช่องท้องกลางลำตัว พร้อมๆกับการฝึกการกำหนดลมหายใจเข้าออกเพื่อให้มีสมาธิ พิลาทิสจะคล้ายๆโยคะนะคะ  แต่ก็ไม่เหมือนกัน  ครูโอปป้าก็สอนการหายใจก่อนซึ่งการหายใจที่ถูกต้องสำคัญกับการฝึกพิราทิสมาก หลังจากนั้นจะฝึกการยืดกล้ามเนื้อ   คงสภาพให้อยู่ในท่วงท่าที่เป็นธรรมชาติ ทำให้เราสามารถใช้กล้ามเนื้อได้อย่างแท้จริง และสร้างสมดุลให้กับร่างกายทั้งตัว การออกกำลังกายแบบพิลาทิสนี้ สามารถออกได้ทุกเพศ ทุกวัย โดยจะฝึกบนเสื่อรอง หรืออุปกรณ์พิลาทิสที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ การฝึกพิลาทิสจะไม่ใช้ท่าซ้ำ ๆ ซึ่งท่าบริหารหนึ่ง ๆ จะทำเพียง 2-3 ครั้งเท่านั้น เราจะต้องรับรู้ถึงการเคลื่อนไหวในทุกอิริยาบถ และแสดงออกมาด้วยท่วงท่าที่แม่นยำและลื่นไหล  เรียกง่ายๆว่า ให้จิตใจทำงานสัมพันธ์กับร่างกาย ฟังดูเหมือนยากนะคะ แต่จริงๆแล้วแค่ทำตามที่ครูโอปป้าพูดแค่นั้นเองค่ะ  ไม่มีอะไรยากเกิน  ถ้าเรามี “ใจ”  ที่อยากจะทำ

หลังจากฝึกพิลาทิส   ก็รู้สึกว่าเรากระฉับกระเฉง ว่องไวขึ้น  จิตใจปลอดโปร่ง มีสมาธิ  รู้สึกเหมือนมีพลังงานเยอะขึ้น  ส่วนรูปร่างนั้นอาจยังไม่ผอมเพรียวทันตาเห็น  แต่ก็รู้สึกว่าค่อยๆดีขึ้น หลังจากออกกำลังกายแล้ว  อย่าลืมสร้างพลังบวกให้ตัวเองด้วยการยิ้ม  สิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ด้วยตัวเราและใจของเราเองนะคะ

ขอตัวไปฝึกพิลาทิสกับครูโอปป้าก่อน แล้วพบกันใหม่นะค๊า  บ๊ายบาย


โดย ภาวิตา (กะต๊อย) รพ. สมิติเวช สุขุมวิท