Recently Added

ปัญหาของเด็กผู้ชาย

Posted by in เมื่อลูกไม่สบาย on 04. May, 2012 | No Comments

คลินิกระบบทางเดินปัสสาวะ GENITOURINARY CLINIC ความผิดปกติและความเจ็บป่วย  ที่เกี่ยวกับอวัยวะสืบพันธุ์และระบบทางเดินปัสสาวะที่พบได้บ่อยๆ ได้แก่ อวัยวะเพศชายที่ผิดปกติ เช่น หนังหุ้มปลายตีบ หนังหุ้มปลายอักเสบบ่อยๆ ท่อปัสสาวะเปิดต่ำ อวัยวะเพศคดงอ อวัยวะเพศเล็ก อัณฑะไม่ลงถุง อัณฑะบิดหมุน อัณฑะอักเสบ เส้นเลือดขอดของอัณฑะ ภาวะกำกวม ภาวะสองเพศ ก้อนที่ขาหนีบและก้อนที่ถุงอัณฑะ ได้แก่ ไส้เลื่อน ถุงน้ำ การติดเชื้อของระบบทางเดินปัสสาวะ เด็กบ่นเจ็บและ แสบขัดเวลาปัสสาวะ ปัสสาวะไม่พุ่ง ปัสสาวะไม่ออก ปัสสาวะบ่อย กลั้นปัสสาวะไม่ได้ ปัสสาวะมีเลือดปน ปัสสาวะรดที่นอน ความผิดปกติของไตแบบต่างๆ เช่น ไตฝ่อ ไตบวมน้ำ กรวยไตอักเสบ ท้องผูกเรื้อรัง แผลที่ทวารหนัก การให้บริการ บริการที่จัดให้ บริการตรวจและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพอนามัยของการขับถ่ายปัสสาวะและอุจจาระ ให้การวินิจฉัย รักษาและผ่าตัดแก้ไขความผิดปกติ ของระบบทางเดินปัสสาวะและอวัยวะสืบพันธุ์ ให้บริการตรวจด้วยเครื่องมือที่ทันสมัยครบครัน โดยเฉพาะการตรวจการทำงานของกระเพาะปัสสาวะ (urodynamics) ให้บริการรักษาเด็กที่มีปัญหาปัสสาวะรดที่นอน โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ให้บริการดูและตั้งแต่ ทารกที่อยู่ในครรภ์มารดา ความพร้อมทางบุคลากรทางการแพทย์ กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทุกสาขา กุมารศัลยแพทย์ […]

ไข้เลือดออก โรคร้ายคู่เด็กไทย

Posted by in เมื่อลูกไม่สบาย on 03. May, 2012 | No Comments

ไข้เลือดออก เป็นโรคติดเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งที่มียุงลายเป็นพาหะนำโรค ในประเทศใดไวรัสเดงกี่    ( Dengue Virus ) เป็นเชื้อก่อโรค จึงได้ชื่อว่าโรคไข้เลือดออกเดงกี่ (Dengue Haemorrhagic Fever ) มีรายงานโรคครั้งแรกในประเทศไทยในปี พ.ศ. 2501 ปัจจุบันคนไข้เลือดออกเดงกี่พบได้ในหลายประเทศ  ในประเทศไทยแต่ละปีจะมีรายงานโรคนี้หลายหมื่น ถึงกว่าแสนราย โรคไข้เลือดออกยังเป็นปัญหาสำคัญทางด้านสาธารณสุขและการแพทย์ของเรา ระบาดวิทยา โรค นี้พบได้ตลอดปี จะพบมากในฤดูฝนช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนกันยายน พบเป็นได้ทุกเกณฑ์อายุ พบในเด็กอายุ 5 – 9 ปี มากที่สุด พบรองลงมาในเกณฑ์อายุ 10 – 14 ปี แรกเกิดถึง 4 ปี และ 15 ปี ขึ้นไปตามลำดับ พบในเพศชายและหญิงใกล้เคียงกัน ยุงลายเป็นพาหะนำโรค ยุงลาย เป็นพาหะนำโรคได้แก่ ยุงลาย เป็นยุงที่พบได้ในบ้าน และบริเวณรอบๆ บ้าน มีหลายสายพันธุ์ที่สำคัญที่สุดคือ สายพันธุ์ Aedes Aegypti […]

การดูแลฟันเด็กเล็ก

Posted by in พัฒนาการเด็ก on 26. Apr, 2012 | No Comments

การดูแลสุขภาพช่องปากและฟัน ต้องเริ่มตั้งแต่แรกเกิด ฟันยังไม่ขึ้น วิธีดูแลสุขภาพช่องปากและฟันเพื่อให้เด็กๆทุกคนมีฟันสวย สะอาด อวดยิ้มสดใสได้ตลอดเวลา คุณพ่อคุณแม่ ควรนำเด็กมาพบทันตแพทย์เป็นครั้งแรกภายใน6 เดือนหลังจากฟันน้ำนมซี่แรกขึ้นหรือไม่เกินอายุ  1-1ขวบครึ่ง 1. ฝึกให้ลูกดูดน้ำตามทุกครั้งหลังจากดูดนมเพื่อ  ชำระล้างคราบนม  ไม่ควรให้ลูกหลับคาขวดนม 2. ควรใช้ผ้าขาวสะอาดชุบน้ำต้มสุกที่เย็นแล้ว     หรือน้ำดื่มของลูกเช็ดให้ทั่วทั้งกระพุ้งแก้ม  และสันเหงือกทุกครั้งหลังมื้อนม  โดยเฉพาะก่อนนอน และมื้อดึก 3. ควรให้ลูกทานอาหารที่มีประโยชน์  ไม่ควรให้ทานขนมที่มีรสหวานจัด  ขนมเหนียวติดฟัน 4. เมื่อฟันซี่แรกขึ้น  ควรแปรงฟันให้ลูกโดยยังไม่ใช้ยาสีฟัน   เมื่อลูกรู้วิธีบ้วนปากแล้ว  จึงเริ่มใช้ในปริมาณเล็กน้อยขนาดเท่าเม็ดถั่วเขียวและควรใช้ยาสีฟันสำหรับเด็กโดยเฉพาะ 5. ควรให้ลูกเลิกนมขวดเมื่ออายุประมาณ  1-1.5 ปี เปลี่ยนเป็นดื่มนมจากแก้ว 6. เมื่อลูกอายุ  1 ขวบครึ่ง ควรพาลูกไปพบ หมอฟัน  หรือทันตแพทย์สำหรับเด็ก  เพื่อรับคำ แนะนำในการดูแลสุขภาพช่องปากและฟันอย่างถูกต้องครบถ้วน และพบคุณหมออย่างต่อเนื่องทุกๆ 4 – 6 เดือน   การให้ฟลูออไรด์เสริมชนิดรับประทาน นอกจากนั้น การให้ฟลูออไรด์เสริม เพื่อป้องกันฟันผุนั้น  ต้องคำนึงถึง -  […]

ของเล่นและ พัฒนาการเด็ก

Posted by in พัฒนาการเด็ก on 20. Apr, 2012 | No Comments

การสร้างเสริมพัฒนาการของเด็ก หมายถึงการส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการและการเรียนรู้อย่างสมดุล  เหมาะสมกับวัย  และมีความสุขโดยเริ่มจากการทำความรู้จักและเข้าใจลูกในทุกๆด้าน การทำความรู้จักลูกและเข้าใจลูกนั้น พ่อแม่สามารถทำได้เองได้ง่ายๆ  ตั้งแต่วันแรกที่ลูกลืมตา เพียงแค่ให้เวลา ใส่ใจ และหมั่นคอยสังเกตท่าทาง การส่งเสียงของลูก  และลองตอบสนองตามที่พ่อแม่คิดว่าลูกสื่อถึงอะไร ก็จะทำให้เรารู้จักและเข้าใจลูกได้มากขึ้น เพราะเรารู้ว่าเด็กแต่ละคนมีความแตกต่างกัน  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรูปร่าง  หน้าตา  ท่าทาง  อุปนิสัย  หรือแม้แต่พัฒนาการ  ก็ยังมีความโดดเด่น เร็ว ช้า ไม่เท่ากัน  สังเกตได้ว่าเมื่อลุกเติบโตขึ้นก็จะมีพัฒนาการที่ก้าวหน้ามากขึ้นด้วยเช่นกัน  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเคลื่อนที่  เคลื่อนไหว  การใช้มือ  การสื่อสาร  อารมณ์  การช่วยเหลือตัวเอง  การเรียน  หรือทักษะการแก้ปัญหา เป็นต้น ดังนั้นพ่อแม่จำเป็นต้องเข้าใจ และรู้จักลูกในแต่ละช่วงวัยด้วย เพื่อที่จะได้ส่งเสริมพัฒนาการที่ดีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง และเติมเต็มพัฒนาการด้านที่ยังบกพร่องให้สมบูรณ์ การเสริมสร้างพัฒนาการของเด็กจึงมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่างานใดๆของพ่อแม่ เพราะเป็นการสร้างรากฐานชีวิตที่ดีและมั่นคงให้กับลูกในอนาคต การเล่น เป็นกิจกรรมหลักของเด็กทุกวัย ที่เป็นตัวสำคัญในการช่วยพัฒนาลูกทั้งทางด้านไอคิว และอีคิว ผู้เลี้ยงดูส่วนใหญ่ลืมความสนุกสนาน และภาคภูมิใจในขณะที่เล่นสมัยตอนเป็นเด็กๆไปแล้ว ทำให้มีการปฏิสัมพันธ์กับลูกผ่านการเล่นนั้นดูเข้มข้นมีสาระมากเกินไปจนลูกไม่ชอบหรืออาจจะสนุกสนานเฮฮามากเกินไปจนลูกไม่ได้ข้อคิดอะไรเลย ดังนั้นการเล่นกับลูกถือเป็นศาสตร์และศิลป์แขนงหนึ่ง การจะเข้าให้ถึงตัวตนของลูกนั้นต้องเข้าใจและรู้จักลูกในทุกๆมุมก่อน ลูกเราไม่ชอบทำกิจกรรมอะไร ลูกสามารถปรับตัวกับเหตุการณ์ใหม่ๆหรือของเล่นใหม่ได้ทันทีหรือไม่ เพราะอะไรลูกเราต้องใช้เวลาในการปรับตัวมากกับบางอย่าง และจะทำอย่างไรกับกิจกรรมที่ลูกไม่สนใจเลย สิ่งเหล่านี้ผู้เลี้ยงดูเป็นคนสำคัญที่สุดที่จะเรียนรู้และตอบสนองให้เหมาะสมกับลูก และแม้แต่กับพี่น้องก็ยังไม่สามารถใช้วิธีเดียวกันได้ เพราะเด็กแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน […]

ไวรัสโรต้า..อันตรายใกล้ตัวลูกน้อย

Posted by in เด็กแรกเกิด on 19. Apr, 2012 | No Comments

ในประเทศที่กำลังพัฒนา ไวรัสโรต้าเป็นสาเหตุของอาการท้องร่วงในเด็กที่มีอายุน้อยกว่า 5 ปี ประมาณ 125 ล้านรายต่อปี  ในจำนวนนี้มีเด็กต้องเสียชีวิตถึง 873,000 ราย ไวรัสโรต้าคืออะไร? ไวรัสโรต้าเป็นไวรัสที่เป็นต้นเหตุสำคัญของโรคท้องร่วงในเด็กเล็ก  ไวรัสนี้มีหลายสายพันธุ์ โดยสายพันธุ์หลักที่เป็นสาเหตุของการติดเชื้อในเด็กทั่วโลกมากกว่า 95 % ได้แก่ G1, G2, G3, G4 และ G9 แต่สิ่งที่สำคัญคือ การแพร่ระบาดของไวรัสโรต้าในแต่ละปีนั้นจะแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ทั่วโลก  จึงคาดเดาสายพันธุ์ที่จะมีการระบาดได้ยาก ดังนั้นการป้องกันที่คลอบคลุมสายพันธุ์ได้มากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งช่วยให้คุณมั่นใจในความปลอดภัยของลูกน้อยได้มากยิ่งขึ้น ลูกน้อยจะได้รับเชื้อไวรัสโรต้าได้อย่างไร? ไวรัสโรต้าอยู่ใกล้ตัวลูกน้อยของคุณได้ทุกที่ ไวรัสนี้อาจแฝงอยู่กับของเล่น  อาหาร  หรือแม้แต่ของใช้ของลูกน้อย  เชื้อนี้มีความทนทานมากที่ยากจะหลีกเลี่ยงได้  ไม่ว่าจะรักษาความสะอาดมากเพียงใด  ซึ่งเพียงแค่นำมือไปสัมผัสสิ่งของที่มีเชื้อไวรัสโรต้าอยู่แล้วนำเข้าปาก เชื้อนี้ก็จะเข้าสู่ร่างกายได้อย่างง่ายดาย  เชื้อไวรัสนี้ขับออกทางอุจจาระของผู้ป่วยจึงทำให้มีการแพร่ระบาดได้ค่อนข้างง่าย จากการวินิจฉัยพบว่า ในเด็กแรกเกิดถึงอายุ 5 ปีแทบทุกคนต่างก็เคยได้รับการติดเชื้อมาแล้ว ไวรัสโรต้า ติดง่ายและมีโอกาสติดซ้ำๆ ไวรัสโรต้าติดต่อได้ง่ายทางการสัมผัส สำหรับในเด็กเล็กนั้นจะมีโอกาสป่วยด้วยโรคอุจจาระร่วงรุนแรงซ้ำๆ ซึ่งในแต่ละครั้งมักเกิดจากการติดไวรัสในสายพันธุ์ที่ต่างจากเดิม ในบ้านเราสามารถพบเชื้อนี้ได้ตลอดทั้งปี โดยมักพบการแพร่ระบาดในช่วงฤดูหนาว ปัจจุบันยังไม่มียารักษาอาการตามที่ผู้ป่วยเป็น เช่น การให้น้ำเกลือและเกลือแร่ หรือ ยาดลดไข้  เป็นต้น […]

โรคมือ เท้า ปาก (Hand Foot Mouth Disease)

Posted by in เด็กแรกเกิด on 20. Mar, 2012 | No Comments

โรคมือเท้าปาก มีสาเหตุเกิดจากการติดเชื้อไวรัส  Entero Virus (EV) หรือ Coxackie ผู้ป่วยที่ติดเชื้อส่วนมากพบในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี  มีไข้ , ผื่นที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า ปาก ลิ้น เหงือก  อาการจะหายไปเอง ภายใน 7-10 วัน  ส่วนน้อยมากของผู้ป่วยอาจมีอาการแทรกซ้อนได้ เช่น สมองอักเสบ, กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ โดยเชื้อไวรัสจะออกมาในน้ำลาย และอุจจาระผู้ป่วย การได้รับเชื้อจะมาจากการได้รับเชื้อเข้าทางปากจากการปนเปื้อนเชื้อที่มือ ของเล่น น้ำ อาหารแพร่เชื้อนั้น และผู้ป่วยเองก็สามารถแพร่เชื้อได้  2-3 วัน ก่อนมีอาการจนถึง 1-2 สัปดาห์ หลังมีอาการ กลุ่มที่มีความเสี่ยงในการติดโรคคือ เด็กเล็กที่อยู่รวมกัน เช่นโรงเรียนอนุบาล สถานรับเลี้ยงเด็ก การรักษา ปัจจุบันยังไม่มียาต้านไวรัส รักษาตามอาการ เช่น ให้ยาแก้ไข้   เด็กบางคนมีแผลหลายแผลในปากรับประทานอาหารและน้ำได้ไม่เพียงพอ  เด็กไม่ยอมกลืนน้ำลาย และไม่ยอมให้ทำความสะอาดปากแผลในปากจะหายช้าหรือเป็นมากขึ้น  อาจจำเป็นต้องให้น้ำเกลือทางเส้นเลือด  มีน้อยรายที่ต้องรักษาในโรงพยาบาล การป้องกัน ไม่สัมผัสใกล้ชิดเด็กที่ป่วย สอนเด็กล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ และป้องกันการแพร่เชื้อโดย ไม่ใช้อุปกรณ์และภาชนะในการรับประทานและดื่มร่วมกับผู้อื่น แยกเด็ก ไม่ควรพาไปเที่ยว […]

เมื่อลูกน้อยต้องทำฟัน

Posted by in Health tips on 20. Mar, 2012 | No Comments

การทำฟันในเด็กเล็กนั้น อย่างแรกที่ผู้ปกครองควรเข้าใจว่า ถ้าเด็กต้านมากๆ ไม่ให้ความร่วมมือเลย และเด็กที่มีฟันผุหลายซี่ ควรต้องทำให้เสร็จในครั้งเดียวซึ่งจะไม่ทำให้เด็กเกิดการกลัวการมาทำฟันอีกในวันหน้า ซึ่งจะมีทางเลือก 2 วิธี คือ 1. การดมยาสลบ 2. การให้ยาสงบประสาท คือวิธีการทานยาให้เด็กเคลิ้มหลับเพื่อทำฟัน วิธีนี้จะดูราบรื่นขึ้นเพราะเด็กจะง่วงนอนมากเกินกว่าจะร้องและดิ้นแรงๆ ทำให้หมอสามารถทำงานได้สะดวกขึ้น เร็วขึ้น และทำให้เสร็จทุกซี่ในคราวเดียวได้ ยาที่ให้ทานเป็นยากลุ่มที่ทำให้ง่วงผสมกับยาแก้แพ้ ปริมาณยาที่ให้ทานก็ต้องสัมพันธ์กับน้ำหนักของเด็ก และไม่จำเป็นต้องเข้าพักเป็นผู้ป่วยในของโรงพยาบาล แต่ต้องงดน้ำงดอาหารก่อนทำฟันอย่างน้อย 6 – 8 ชั่วโมงเพื่อป้องกันการสำลัก ก่อนทานยาก็ควรให้กุมารแพทย์ตรวจร่างกายก่อน ดูว่าสุขภาพทั่วไปแข็งแรงดี ไม่เป็นหวัดในวันที่มาทำฟัน สำหรับผลข้างเคียงของยา ยังไม่พบว่ามีการแพ้ยา ส่วนใหญ่พบว่า เด็กจะง่วงอยู่นาน คือทานยาตั้งแต่เช้าจนทำฟันเสร็จไปนานแล้ว ยังง่วงนอนต่อทั้งบ่าย จนเย็นจึงจะตื่นรื่นเริงเช่นเดิม แต่ก็มีบางคน ทำฟันเสร็จก็ตื่น เล่นของเล่นได้ตามปกติ

เข้าใจพัฒนาการลูก = เสริมแรงบันดาลใจตรงจุด

Posted by in พัฒนาการเด็ก on 19. Mar, 2012 | No Comments

เข้าใจพัฒนาการลูก = เสริมแรงบันดาลใจตรงจุด การเข้าใจพัฒนาการของเด็กแต่ละวัยจะช่วยให้ผู้ใหญ่สรรค์สร้างแรงบันดาลใจเชิงบวกที่ทำให้เด็กๆ พบกับความสำเร็จได้ไม่ยาก “ในเด็กเล็กช่วง 3 ปี การแสดงออกเรื่องแรงบันดาลใจจะเป็นเรื่องของการถูกใจ ชอบใจ เพื่อแสดงออกถึงแรงบันดาลใจ เพราะเด็กยังเล็ก อาจจะไม่สามารถบอกอธิบายหรือแสดงออกได้ชัดเจนเท่าไรนัก ส่วนในเด็กโตคุณพ่อคุณแม่ก็จะสังเกตเห็นการแสดงออกที่ชัดเจนขึ้นผ่านการเลียนแบบบุคคลที่เขาชื่นชอบ หรืออาจเป็นตัวการ์ตูนต่างๆ แต่มีเรื่องราวที่ทำให้เขาอยากเป็นเช่นเดียวกับตัวการ์ตูนนั้นๆ เมื่อไรที่เด็กๆ มีแรงบันดาลใจ เมื่อนั้นความสำเร็จได้มาอยู่ตรงหน้าแล้ว” สำหรับวิธีสังเกตว่าหนูวัยอนุบาลและพี่วัยประถมเกิดแรงบันดาลใจในเรื่องใดๆ บ้างนั้นทำได้ดังนี้ค่ะ วัยอนุบาล  เมื่อไรก็ตามที่เจ้าหนูบอกว่า “หนูชอบ…” “หนูอยาก…” นั่นคือการแสดงออกถึงแรงบันดาลใจอย่างหนึ่งค่ะ ซึ่งสำหรับหนูๆ วัยอนุบาลแล้วแรงบันดาลใจจะสะท้อนออกมาในรูปแบบของการถูกใจ ชอบใจ หนูอยากจะทำ หนูอยากจะเป็นค่ะ ดังนั้น… สังเกตให้ดีนะคะ วัยประถม  หากเจ้าหนูวัยประถมกำลังขะมักเขม้นทำสิ่งต่างๆ ตามคุณ หรือขอคุณทดลองทำในบางเรื่อง เช่น ขอหั่นผัก ชวนคุณทำกับข้าว ช่วยคุณซ่อมรถหรือแม้แต่ซักถามถึงส่วนประกอบต่างๆ ของรถอย่างสนใจ นั่นแหละค่ะเจ้าหนูกำลังเกิดแรงบันดาลใจขึ้นแล้ว อย่างไรก็ตาม แรงบันดาลใจนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งเชิงบวกและเชิงลบค่ะ ดังนั้นคุณจึงควรให้เวลากับลูกให้มาก หมั่นสังเกตว่าเจ้าหนูสนใจในสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่ หากเป็นสิ่งไม่ดีเราจะได้ทัดทานให้ทันเวลา โดยพูดคุยกับเขาก่อนว่ามีเหตุผลอะไรจึงทำ สิ่งนี้ลูกเห็นว่าดีอย่างไร และพ่อแม่คิดว่าดีหรือไม่ ถ้าไม่ดีเพราะอะไร หรือหากพูดคุยกันแล้ว แต่ลูกก็ยังยืนยันว่าจะทำ ถ้าไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย […]

เมื่อลูกน้อยอึดอัดแน่นคัดจมูก

Posted by in เมื่อลูกไม่สบาย on 19. Mar, 2012 | No Comments

การระบายน้ำมูกในจมูก อาการหวัด คัดแน่นจมูก หายใจไม่สะดวก มีน้ำมูก ทำให้เด็กๆไม่สุขสบาย ดูดนมได้ไม่ค่อยดี งอแง หงุดหงิด นอนไม่ได้ การระบายน้ำมูกในจมูก จะช่วยให้เด็กๆสบายขึ้น จมูกสะอาด ลดการแพร่เชื้อและลดการใช้ยาลงได้ด้วย วิธีการระบายน้ำมูกในจมูกมีหลายวิธี ขึ้นอยู่กับอายุของเด็ก อาการและการอุดตันของรูจมูก ความเหนียวและปริมาณของน้ำมูก ได้แก่ การสั่งน้ำมูก เหมาะกับเด็กโต ที่น้ำมูกใส ไม่เหนียวข้น ปริมาณไม่มาก การเช็ดน้ำมูก เหมาะกับเด็กเล็ก โดยใช้ไม้พันสำลี จุ่มน้ำเกลือแล้วสอดเข้าไปเช็ดรูจมูกทีละข้าง น้ำมูกจะติดปลายไม้พันสำลีออกมา การดูดน้ำมูก ใช้เมื่อเด็กสั่งน้ำมูกเองไม่ได้ มี 2 วิธี คือ 3.1 ดูดด้วยลูกยางแดง เหมาะกับเด็กเล็กที่มีน้ำมูกใส ไม่เหนียว ปริมาณไม่มาก โดยล้างมือให้สะอาด ใช้ผ้าห่อตัวเด็ก จัดท่าให้เด็กนอนในท่าศีรษะสูงพอควร ตะแคงหน้าไปด้านใดด้านหนึ่ง เพื่อป้องกันการสำลัก บีบลูกยางแดงจนสุดเพื่อไล่ลมออกแล้วค่อย ๆ สอดเข้าไปในโพรงจมูก ลึกประมาณ 1-1.5 ซม. (ดังรูป) ค่อย ๆ ปล่อยมือที่บีบออกช้าๆ […]

เลือดกำเดาไหล : เรื่องปกติในเด็ก ?

Posted by in Health tips on 12. Mar, 2012 | No Comments

Nosebleeds เลือดกำเดาไหล เลือดกำเดาไหล เป็นอาการที่อาจเกิดขึ้นในเด็ก โดยปกติจะไม่รุนแรง จะหยุดได้เองและสามารถดูแลได้ มักจะเกิดในช่วงฤดุหนาวและช่วงอากาศแห้ง   สิ่งที่ต้องทำเมื่อเลือดกำเดาไหล ให้เด็กนั่ง ศีรษะเอียงไปด้านหน้า บีบจมูกเบาๆ อย่างน้อย 10 นาที ควรพบแพทย์เมื่อ 3.1.   เลือดกำเดาไหลบ่อยๆ 3.2.   สงสัยว่าจะมีสิ่งของอยู่ในจมูก 3.3.   มีอาการเขียวช้ำง่าย หรือเลือดหยุดยากเวลามีบาดแผล 3.4.   เกิดเลือดกำเดาไหลขึ้นหลังจากเริ่มทานยาชนิดใหม่ที่ไม่เคยได้รับมาก่อน ควรได้รับการดูแลแบบฉุกเฉินเมื่อ 4.1.   เลือดกำเดาไหลออกมาก ไม่หยุด 4.2.   มีอาการเวียนศีรษะ ผิวดูซีด 4.3.   ยังคงมีเลือดกำเดาไหลต่อเนื่อง หลังจากบีบจมูกนาน 10 นาทีแล้ว 2-3 ครั้ง 4.4.   เกิดอาการขึ้นหลังจากได้รับอุบัติเหตุบาดเจ็บทางศีรษะ หรือพลัดตกหกล้ม   จะป้องกันได้อย่างไร ป้องกันเนื้อเยื่อบุจมูกแห้ง โดยใช้น้ำเกลือหยดในจมูก หรือทาวาสลีนเคลือบในรูจมูก ดูแลห้องนอนของเด็กให้มีความชื้นที่เหมาะสม ดูแลป้องกันไม่ให้เด็กแคะจมูก และตัดเล็บเด็กให้สั้น สะอาด

This area is controlled in your WP admin under Apperance > Widgets. You need to add your desired widgets to one of the 9 widget areas (Footer1-9).